[Knowledge] RGB vs CMYK

posted on 01 Dec 2009 11:41 by djochin
 

มาเรื่องมีสาระกันบ้างกับ Group Knowlege  ด้วยความที่สนใจงานด้านกราฟฟิค

 แต่ไม่ได้เรียนมาโดยตรง ก็เลยต้องรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเก็บไว้ศึกษา

ยังไงก็ขออนุญาตเจ้าของข้อมูลด้วยนะค่ะ

วันนี้อยากรู้เรื่องสีขึ้นมา จัดการเข้า Google ค้นทันที เจอหลายๆ ข้อมูล

อ่านไว้จะได้รู้เรื่องกะเขาบ้าง...55+

 

ปัญหาเรื่อง RGB กับ CMYK ในงานพิมพ์ และการใช้ Color Mode ในการเตรียม File งาน

 เรื่องของสีในการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์นั้น เรามักประสบปัญหาว่า ทำไมงานพิมพ์จริงที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท

จึงมีสีบางสีในภาพพิมพ์ผิดเพี้ยนไปจากภาพที่เห็นบนจอคอมพิวเตอร์เวลาออกแบบ

อีกทั้งเจอะเจอคำว่า RGB และ CMYK นั้นคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และจะเลือกใช้อย่างไร

เพื่อประโยชน์ในการจัดทำสิ่งพิมพ์และการนำไปใช้ในการสื่อสารกับโรงพิมพ์ตลอดจนป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

โดยความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน บทความนี้จะกล่าวถึงเรื่องของสีและปรากฏการณ์ที่เกิดจากการนำไปใช้

แม่สี RGB กับ CMY

แสงสีและหมึกพิมพ์

    ภาพที่เรามองเห็นจากจอคอมพิวเตอร์เป็นภาพที่เกิดจากแหล่งกำเนิดแสงของแสงสี 3 สี คือ

แสงสีแดง (Red) แสงสีเขียว (Green) และแสงสีน้ำเงิน (Blue) เรียกย่อว่า RGB ซึ่งเป็นแม่สีของแสง

แสงสีทั้งสามจะส่องมาที่จอภาพ และเกิดการการผสมของแสงสี ณ จุดแต่ละจุดบนจอตามปริมาณของแสงที่ต่าง ๆ กัน

ทำให้เกิดเป็นสีต่าง ๆ มากมายบนจอ monitor  และเมื่อแสงสีทั้งสามมาผสมกันด้วยปริมาณแสงที่เท่ากัน

จะเกิดเป็นแสงสีขาว จึงเรียกว่า Additive Primary Colors

    ส่วนภาพพิมพ์ที่ปรากฏบนแผ่นกระดาษขาวเป็นภาพที่เกิดจากการที่แสงสีขาวส่องทะลุชั้นของหมึกพิมพ์ 4 สี

คือสีเหลือง (Yellow) สีชมพู (Magenta) สีฟ้า (Cyan) และสีดำ (Black) สะท้อนผิวกระดาษขาวแล้วจึงเข้าสู่ตาของเรา

สีทั้งสี่เมื่อมีปริมาณของหมึกแต่ละสีต่าง ๆกันในบริเวณเดียวกันจะทำให้เกิดเป็นสีต่าง ๆ มากมาย

สีทั้งสี่ซึ่งเรียกย่อว่า CMYK ถือเป็นแม่สีสำหรับการพิมพ์ ตามทฤษฎีแล้ว

เมื่อนำหมึก 3 สี คือสีเหลือง สีชมพู และสีฟ้ามาทับกัน จะได้เป็นสีดำ จึงเรียกว่า Subtractive Primary Colors

แต่ในความเป็นจริงเมื่อนำ 3 สีดังกล่าวมาทับกันจะได้สีเทาน้ำตาล

ซึ่งเป็นเพราะความไม่บริสุทธิ์ของสารที่นำมาทำหมึก

ดังนั้นในการพิมพ์จึงต้องนำหมึกสีที่ 4 คือสีดำมาช่วย เราจึงเรียกว่าเป็นการพิมพ์ 4 สี

อาณาบริเวณของสี

อาณาบริเวณของสี (Gamut)

   
ในปี ค.ศ. 1928 W.D. Wright และ J. Guild ได้ประสบความสำเร็จในการตรวจวัดคลื่นแสง ซึ่งต่อมาได้มีการจัดทำผังที่เรียกว่า Color Spectrum Chart ผังดังกล่าวจะแสดงสีทั้งหมดที่ตามนุษย์สามารถรับรู้ได้

    เมื่อทำการจัดอาณาบริเวณของสีที่ปรากฏได้ในระบบ RGB (RGB Gamut) มาเทียบกับอาณาบริเวณของสีที่ปรากฏได้ในระบบ CMYK (CMYK Gamut) บน Color Spectrum Chart จะพบว่า มีส่วนที่บริเวณที่เหลื่อมกันอยู่ นั่นคือหากมีการแปลงค่าของสีบางสีที่สามารถแสดงได้ในระบบ RGB แต่อยู่นอกบริเวณของสีในระบบ CMYK จะไม่สามารถได้ค่าของสีเดียวกันในระบบ CMYK  ด้วยเหตุดังกล่าว สีบางสีของภาพที่เห็นบนจอ monitor เมื่อถูกนำไปพิมพ์บนกระดาษแล้วจะได้สีที่ผิดเพี้ยนไป

ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังจากแปลงจาก RGB mode ไปเป็น CMYK mode

การเลือก color mode ในการใช้งาน


    ในการทำงานและออกแบบโดยใช้โปรแกรมกราฟฟิคต่างๆ

ท่านสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง RGB color mode หรือ CMYK color mode ก็ได้

แต่ถ้าใช้ RGB color mode เมื่องานเสร็จสิ้นก่อนส่งให้โรงพิมพ์ให้แปลง file งานเป็น CMYK color mode

และให้ตรวจดูคุณภาพของภาพและสีสัน ประโยชน์ของการทำงานในระบบ RGB คือ ขนาดของ file งานใน ระบบ RGB

มีขนาดเล็กกว่า file งานในระบบ CMYK ด้วยขนาด file ที่เล็กกว่าจะทำให้การทำงานคล่องตัวขึ้น

และอาณาบริเวณของสี ในระบบ RGB กว้างกว่าในระบบ CMYK หากทำงานในระบบ CMYK

จะทำให้สูญเสียค่าของสีหากนำไปใช้งานอื่น ๆ เช่นนำไปใช้ใน web site

นอกจากนี้ filter หลาย ๆ ชุดทำงานได้เฉพาะในระบบ RGB เท่านั้น

หากต้องการตรวจสอบภาพในระบบ CMYK ในระหว่างทำงาน

ก็สามารถทำได้โดยใช้คำสั่งCMYK preview หรือ กด ‘Crtl’ กับ ‘Y’

หรือตรวจจากคำสั่ง ‘Gamut Warning’ สิ่งหนึ่งที่พึงระวังอย่างยิ่ง คือ

ให้หลีกเลี่ยงการแปลงกลับไปมาระหว่าง ระบบ RGB กับ CMYK หลาย ๆ ครั้ง

นั่นจะทำให้รายละเอียดของภาพสูญเสียไป สีสันของภาพจะผิดเพี้ยนไป

 

http://www.supremeprint.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=538763157

 ---------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

หลังที่อยากเปลี่ยน Favorite ตัวเองให้ขึ้นเป็นรูปภาพเหมือนคนเขาอยู่นาน

วันนี้เพิ่งจะหาวิธีเจอ ยังไงขออนุญาต นำลิงค์มาแปะนะค่ะ

เพื่ออยากเปลี่ยนใหม่จะได้หาง่ายๆ

 http://www.xvista.co.cc/favext/

ขอบคุณ คุณ 仁亀♥ MILDY ที่ตั้งคำถามใน Board/Help และคุณ ณัฏฐ์ :)  ที่ใจดีให้คำตอบค่ะ

 

เชื่อว่าเพื่อนหลาย ๆ ท่านที่ได้ทำการ Upgrade iPhone Firmware ขึ้นมาเป็น 3.0

คงได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีบ้างน้อยบ้าง แต่ที่น่าปวดหัว

นั่นก็คือ การที่ไม่สามารถปิดบริการ EDGE ได้ อันเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมากมาย

ไม่ว่าจะอาศัยโปรแกรมปิดด้วย BossPref หรือ SBSetting ก็ไม่สามารถปิดบริการ EDGE ให้สนิทไ
ด้

 

 

iTips : วิธีการปิด EDGE ให้สนิทใน FW 3.0

กลับมาอีกครั้งนะครับ สำหรับ iTips เพื่อพี่น้องชาว iPhone ทุกท่าน

เชื่อ ว่าเพื่อนหลาย ๆ ท่านที่ได้ทำการ Upgrade iPhone Firmware ขึ้นมาเป็น 3.0

คงได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีบ้างน้อยบ้าง แต่ที่น่าปวดหัว

นั่นก็คือ การที่ไม่สามารถปิดบริการ EDGE ได้ อันเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมากมาย

ไม่ว่าจะอาศัยโปรแกรมปิดด้วย BossPref หรือ SBSetting

ก็ไม่สามารถปิดบริการ EDGE ให้สนิทได้

วันนี้ ผมเลยจะได้นำวิธีการปิด EDGE แบบค่อนข้างลูกทุ่งที่ไปเจอมา

แต่ใช้ปิดได้สนิทแน่นอนมาฝากกัน

เพื่อเพื่อน ๆ จะได้ประหยัดเงินไว้ทำอย่างอื่นแทน งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนวิธีการ ปิดบริการ EDGE

1. ให้เปิดโปรแกรม Safari ใน IPhone ขึ้นมา และให้ไปที่ URL : iphonenodata.com




2. ให้แตะที่ปุ่ม “Disable EDGE/3G” บนหน้าเว๊ปในโปรแกรม Safari




3. หลังจากนั้น โปรแกรม Safari จะปิดตัวลง และเปิดตัวหน้า Profile ใน Setting ขึ้นมา

ให้แตะที่ปุ่ม “Install”




4. ให้แตะที่ปุ่ม “Install Now” อีกครั้ง เพื่อยืนยันการติดตั้ง




5. ให้ป้อนรหัสของเครื่องท่าน (passcode) ถ้ามี




6. ให้แตะที่ปุ่ม Done อีกครั้งเพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง




7. Profile สำหรับการปิดบริการ EDGE/3G ได้ถูกทำการติดตั้ง และ

การรับส่งข้อมูลผ่านบริการดังกล่าวจะถูกยกเลิกชั่วคราว ตราบใดที่ยังมี Profile นี้อยู่



8. หลังจากเสร็จสิ้นการติดตั้ง ก็ให้ทำการยืนยันการปิดบริการ EDGE อีกครั้ง

โดยการไป ปิด EDGE ด้วยโปรแกรม BossPref หรือ SBSetting

(Data IP อาจจะยังแสดงอยู่ แต่ไม่สามารถใช้งาน EDGE ได้แล้ว)


ขั้นตอนวิธีการ เปิดบริการ EDGE เมื่อต้องการใช้งาน

1. ให้ไปที่ Setting -> General -> Profile แล้วทำการเลือกที่ Profile
disable-EDGE-3G ตามรูป



2. ทำการยืนยันด้วยการแตะที่ปุ่ม Remove พร้อมทั้ง

ไปเปิดการใช้ EDGE ด้วยโปรแกรม BossPref หรือ SBSetting อีกครั้ง


คำแนะนำเพิ่มเติม

- เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน ผมอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ทำการ BookMark URL นี้

ในโปรแกรม Safari โดยเลือกที่ Add to Home Screen

เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกปิด EDGE ในแต่ละครั้งครับ

เท่านี้ เพื่อน ๆ ก็จะสามารถ เปิด-ปิด การใช้งาน EDGE ได้ตามใจชอบ

อาจจะลูกทุ่งไปหน่อย แต่ปิดได้แน่นอน ลำบากนิด แต่ประหยัดตังค์ในกระเป๋าได้เยอะ

หวังว่า iTips บทนี้ คงช่วยเพื่อน ๆ ได้เยอะนะคะ

 

 

 

 

Thank You @

http://pdamobiz.com/forum/forum_posts.asp?TID=228452&PN=1

http://topicstock.pantip.com/mbk/topicstock/2009/07/T8130546/T8130546.html

[Exercise] วิธีลดพุงกะทิ

posted on 19 Oct 2009 16:49 by djochin  in Exercise

 

 

 

พักนี้รู้สึกตัวเองอ้วนเ

กินไป

เลยต้องสรรหาวิธีลดหุ่นซักหน่อย 

วันนี้มีท่าในการลดพุงของคุณมาให้ทำกัน 10 ท่า

เริ่มจากทำท่าเหล่านี้ท่าละ 10 ครั้ง ต่อวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ

ใครอยากทำตามเชิญเลยนะค่ะ

ท่าที่ 1



ท่าที่ 2


ท่าที่ 3



ท่าที่ 4



ท่าที่ 5



ท่าที่ 6



ท่าที่ 7



ท่าที่ 8



ท่าที่ 9



ท่าที่ 10

บ้าไอโฟนมาพักใหญ่แต่ไม่ได้เผยแพร่ซักเท่าไหร่

มีโอกาสหาความรู้จากเว็บต่างๆมากมาย

ด้วยความที่อยากทำโน่นนี่นั่นเป็นกะเขาบ้าง

แต่ยังได้แค่งูๆปลาๆ ช่วงนี้อยากจะอัพ Firmware เองบ้าง

ถือเป็นการก้าวขึ้นอีกสเตปของการจัดการกับ iPhone

แต่ยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่นิดๆ หน่อยๆ บวกกับความ งง อีกมหาศาล..

ต้องขอขอบคุณพี่ๆจากเว็บ iphoneinthailand.com และ smart-mobile.com มากๆ

ที่สร้างเว็บ และช่วยกันอัพเดทข้อมูลมากมายให้อ่านกัน

แต่ด้วยความที่กลัวหาไม่เจอ ก็ต้องขอเก็บรวบรวม

สิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์และจำเป็นที่จะต้องใช้บ่อย

มาไว้ในบล็อกหน่อยนะค่ะ

------------------------------------

วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ Jailbreak 3.1.2 ตัวใหม่ค่ะ

Review Jailbreak Iphone 3.1.x

Step-By-Step ด้วย Blackra1n

สำหรับ เครื่องมือที่ใช้ในการ review นี้คือ

1. Iphone 3GS 16GB Truemove

2. Itunes เวอร์ชัน 9.0.1

3. Original Firmware 3.1.2 for 3GS

4. Blackra1n จาก http://www.blackra1n.com

5. internet

*อ่านคำเตือนด้านล่างสุด ก่อนทำนะค่ะ

JB1

1. เริ่มจาก ต่อ iphone เข้ากับ computer แล้วเปิด Itunes

JB2

2. กดปุ่ม Shift ค้างไว้ แล้วกดปุ่ม restore

JB3

3. เลือกไฟล์ Firmware original 3.1.2 ที่ได้ดาวโหลดมาเก็บไว้แล้ว

(ถ้ายังไม่มี โหลดได้จาก http://www.felixbruns.de/iPod/firmware)

JB4

4. จะมี popup ถามเพื่อยืนยัน การ ลบข้อมูลใจเครื่อง และ

restore เป็น 3.1.2 กด restore โลด

Image


5. รอซักแป๊ป ในการ extract Firmware

และเชื่อมต่อกับเพื่อยืนยันกับ apple server

Image


6. บางท่านอาจจะเจอกับ error ดังภาพ (3014) ซึ่งอาจเป็นปัญหามาจาก

การเชื่อมต่อกับ server apple

อันเนื่องมาจาก firewall หรือ ปัญหา router session ของ ISP

ถ้าไม่ติด error นี้ ข้ามไป 8. เลยค่ะ

Image



7. วิธีแก้ให้ดาวโหลดโปรแกรม Hotspot Shield มาติดตั้ง

(http://hotspotshield.com/)

เสร็จแล้วเปิดโปรแกรม hotspot shield โปรแกรมจะทำการเชื่อมต่อเอง

รอจนกว่าจะขึ้นว่า Connected แล้วลอง

ทดสอบเปิดเวปอะไรก็ได้ดู ถ้าเปิดติดโอเคผ่าน

ถ้าไม่ติดให้ disconnect แล้ว connect ใหม่

JB5

8. iTunes จะเริ่มกระบวนการ restore


Image


9. iphone จะ reboot ตัวเอง และเริ่มกระบวนการ restore

JB6

Image

Image

Image


10. การ restore เสร็จเรียบร้อย (อย่าพึ่ง ปิด iTunes หรือ ดึงสาย usb)

Image

11. iTunes จะทำการ Acitivate เครื่องผ่าน internet อัติโนมัติ

JB7

12. iPhone จะขึ้นว่า Waiting for activation

JB8

13. รอซักแป๊ป พอการ activate เสร็จเรียบร้อย จะขึ้นหน้าตาแบบนี้

JB9

JB10

14. เรียบร้อย สามารถเข้าสู่หน้า Home Screen ได้แล้ว เย่!
 

JB11

15. iTune จะถามให้ set up เป็นเครื่องใหม่ หรือ จะให้ restore จาก backup ข้อมูล

เช่น contact หรือ sms จาก backup (แนะนำให้เซ็ตเป็น new iPhone)

JB12

JB13
 

16. อยู่ที่ FW. 3.1.2 เรียบร้อยยยยค่ะ

JB14

17. มาเริ่มขั้นตอน Jailbreak กันเลยค่ะ

เริ่มจาก เปิดโปรแกรม blackra1n ที่โหลดมาซะก่อน

*เครื่องจะต้องต่อสาย usb กับคอมอยู่

*ปิดโปรแกรมทุกโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานให้หมด

รวมทั้ง ปิด iTunes service ทั้งหลาย โดยการกด Ctrl + Alt + Del > เลือก Processes

ให้ปิด iPodService.exe, iTunesHelper.exe, mDNSResponder, และ Itunes.exe (ถ้ามี)

เสร็จแล้ว ถ้ามี โปรแกรม Antivirus หรือ Firewall On อยู่ให้ diasble ชั่วคราวค่ะ

* เสร็จแล้ว ให้คลิกขวาที่ blackra1n ที่โหลดมา

เลือก Properties แล้วกดที่คำว่า Unlock ตามรูปด้านล่างค่ะ


Image

Image


18. พอเปิดโปรแกรม จะเจอกับหน้านี้ค่ะ ให้กด เลยครับ make it ra1n

Image


19. กดแล้วจะเป็นแบบนี้ค่ะ


Image

20. iphone จะ reboot ขึ้นใน recovery mode โดยมีรูปนาย Geo Hotz หราเลย

ขั้นตอนตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ 30 - 60 วินาที

JB15

21. พอเสร็จแล้ว iphone จะทำการ reboot ตัวเองอีกครั้งนึง และ blackra1n จะขึ้นแบบนี้ค่ะ

Image

JB16

22. เราก็จะได้โปรแกรม blackra1n มาอยู่บน iphone เรา (ยัง ยังไม่จบจ้ะ)

JB17

23. ต่อไป คือขั้นตอนการติดตั้ง cydia เริ่มโดย เปิดโปรแกรม blackra1n ใน iphone เลยค่ะ

*ต้องต่อ Wifi หรือ edge ด้วยค่ะ

พอเปิดโปรแกรมจะขึ้น 3 โปรแกรมให้เลือก cydia, rock และ icy 3 ตัวนี้ทำงานเหมือนๆกันค่ะ

แนะนำให้เลือกแค่ cydia เท่านั้น! ให้แตะ 1 ที แล้วกด install ค่ะ

JB18

JB19

24. ถ้า iphone หรือ ipod ไม่ได้ต่อ internet ผ่าน edge หรือ wifi อยู่

จะขึ้น error แบบนี้ค่ะ

JB20

25. ให้ต่อ wifi ก่อน แล้วติดตั้งใหม่

JB21

26. blackra1n จะเริ่มกระบวนการการติดตั้ง cydia

JB22

JB23

27. เสร็จเรียบร้อย ก็จะได้โปรแกรม cydia มาอยู่บนเครื่องแล้ว


JB24

28. เข้าครั้งแรก ก็จะพบหน้าตาแบบนี้ สำหรับคนใช้ทั่วๆไปก็เลือกแบบ User ไปค่ะ

JB25

29. แต่นแต๊นนนนน สำเร็จแล้วว สวยงาม และง่ายดาย (รึเปล่า)

JB26

*คำเตือน review step-by-step นี้ใช้สำหรับ Ipod Touch ทุกรุ่น

และ Iphone แบบ official Unlock(เช่นเครื่อง True,HK) เท่านั้นค่ะ

ยกเว้น

เครื่อง Ipod Touch 8GB Gen 2 ที่ผลิตออกมาพร้อมกับ Gen 3

ให้ตรวจสอบโดย เข้าที่ settings > general > about > model

ถ้าเครื่องของคุณ ขึ้นต้นด้วย MB คือ gen 2 สามารถใช้ blackra1n ได้

แต่ถ้าขึ้นต้นด้วย MC (หรือรุ่น upgraded gen 2) จะไม่สามารถใช้ blackra1n ได้

***สำหรับรุ่น 8GB gen เท่านั้นนะค่ะ***

***และอีกรุ่นนึงที่ไม่สามารถ Jailbreak ได้ก็คือ

Iphone 3GS ที่มี iBoot เป็น version เป็น 359.3.2 ซึ่งจะมาตั้งแต่เครื่องที่

ผลิตใน week ที่ 40 บางส่วน เป็นต้นไป โดยตรวจสอบ week การผลิตเครื่องได้

ที่ Settings > General > About > Serial แล้วดูตัวเลขลำดับที่ 4 และ 5 นั่น

คือสัปดาห์ที่ผลิตเครื่อง ถ้าเครื่อง 3GS ท่านเป็น 41 หมดสิทธิ์ Jailbreak ด้วย

blackra1n ค่ะ แต่ถ้า 40 ยังมีลุ้น เพราะมีทั้ง iBoot version เดิมและใหม่

แต่ถ้าต่ำกว่า 40 นั้น สามารถ jail ได้ตามปกติค่ะ เพื่อความแน่ใจ สำหรับท่านที่

อยากเช็ค iBoot ของตัว ให้ทำตามลิงค์นี้

viewtopic.php?f=88&t=176018

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยค่ะ

^-^

Thank You @ mrunknown

เริ่มต้นด้วยการขออนุญาติอย่างเช่นเคย

ปิดเจอเว็บนึงเป็นประโยชน์อีกแล้วคะ

เป็น Tutor ง่ายๆ ในการทำลำแสงพระอาทิตย์ยิงเข้ามา น่าจะง่ายๆ

ยังไงขอขอบคุณและขออนุญาติพี่ๆเว็บนั้นด้วยนะค่ะ ลิงค์อยู่ด้านล่างค่ะ

HOW TO :

ทำแสงพระอาทิตย์ส่อง

sun1

มาเริ่มกันเลยค่ะ

sun2 

 sun3

sun3

sun5

sun6

sun7

 sun8

sun9

sun10

 sun11

หลังจากนั้นก็นำ Layer แสงนี้มาปรับแต่งได้ตามอัธยาศัยแล้ว

โดยจัดวางตามตำแหน่งที่ต้องการแล้ว add layer mask

แล้วก็ลากเกรเดียน(ดำ-โปร่งใส)

รวมทั้งใช้รวมกับ Len Flare ก็น่าจะโออยู่...

sun12

 

Thank You @ Stand Alone

http://www.thai3dviz.com/board/showthread.php?t=25099

ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล

posted on 12 Oct 2009 14:26 by djochin

 ยังไม่เคยมีโอกาสได้ดูละครเวทีมาก่อน

หลังจากที่อยากดูเรื่องโน้นเรื่องนี้มานาน

วันนี้เลยถือโอกาสนำรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับละครเวที

ที่เรียกได้ว่า เป็นการพบกันครั้งแรกของ 2 บอย

คนหนึ่งเป็นมือหนึ่งของละครเวที อีกหนึ่งเป็นเจ้าพ่อเพลงรัก

มาเจอกันจะไม่น่าดูได้ยังไง

คราวนี้ถ้าไม่พลาด จะเก็บตังค์ซื้อตั๋วเข้าไปดูให้จงได้

 เพราะชอบทั้ง 2 บอยเลยค่ะ

ลมหายใจ มิวสิคคัล

“เธอคือลมหายใจ เธอคือทุกอย่างจะรักเธอไม่มีวันจาง ไปจากใจ..."

      เนื้อเพลงที่สุดแสนจะโรแมนติกเพลงนี้ กำลังจะกลายเป็น

เนื้อหาของ ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’ ผลงานละครเวทีเรื่องล่าสุดของซีเนรีโอ

 จากการพบกันของ บอย โกสิยพงษ์ ผู้สร้างสรรค์เพลงรักที่ซาบซึ้งด้วยเนื้อหาและ

สวยงามด้วยท่วงทำนองซึ่งหลายๆ คนประทับใจอย่าง ลมหายใจ, ห่างไกลเหลือเกิน,

 โปรดเถอะ, Live and Learn ฯลฯ กับ บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ

ผู้สร้างละครเวทีมากความโรแมนติกที่มักแฝงประเด็น ‘ความรัก’

แสนกินใจลงในเรื่องราวด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ‘ฟ้าจรดทราย’, ‘ข้างหลังภาพ’

แม้กระทั่ง ‘แม่นาคพระโขนง เดอะมิวสิคัล’ ที่ถูกนำมาตีความเป็นเรื่องราวของ

หญิงสาวที่มั่นคงในความรักและคำมั่นสัญญา แม้ความตายก็ไม่สามารถพรากไปได้ 

    

 การพบกันเป็นครั้งแรกของ 2 บอย จึงก่อเกิดเป็นผลงานละครเวทีเรื่องใหม่

ที่อบอวนไปด้วยบรรยากาศ ของความรักแสนซาบซึ้งสอดประสานไปกับ

บทเพลงรักแสนอบอุ่นอย่างลงตัว

รอให้คุณพิสูจน์ปลายตุลาคมนี้กับ ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’ 

    

  ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’ เป็นเรื่องราวของคน 5 คนที่ผูกพันกันด้วยความรัก

แต่วันหนึ่งเมื่อคนที่เป็นดัง ‘ลมหายใจ’ ต้องจากไป

คนที่เหลืออยู่จะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร...

โดยผู้ที่จะมาสวมบทบาทกลุ่มเพื่อนรักทั้งห้าล้วนเป็นนักแสดงมากฝีมือ

และมีความสามารถด้านการร้องเพลง ได้แก่

มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์, นิโคล เทริโอ, ออฟ-ปองศักดิ์,

รัดเกล้า อามระดิษ และ แก้ม เดอะสตาร์

เพื่อร่วมกันถ่ายทอดบทเพลงซึ้งๆ อย่าง ลมหายใจ, HOME, โปรดเถอะ,

Live and Learn, ช่วงที่ดีที่สุด, ฤดูที่แตกต่าง

และอีกกว่า 10 บทเพลงรักของ บอย โกสิยพงษ์

ซึ่งครั้งนี้ถูกนำมาร้อยเรียงจนเกิดเป็นเรื่องราว

เพื่อให้เราได้รู้จักความหมายของคำว่า ‘ลมหายใจ’...

      นอกจากนักแสดงชั้นนำแล้ว ทีมงานของ ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล‘

ก็เป็นทีมงานที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ไม่แพ้กัน โดย บอย ถกลเกียรต

จะทำหน้าที่ควบคุมการผลิต และ เอกชัย เอื้อครองธรรม

มารับหน้าที่กำกับละครเวทีเรื่องนี้หลายคนอาจรู้จักเขา

ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ทั้ง Beautiful Boxer, Pleasure Factory และโลงต่อตาย

แต่สิ่งหนึ่งที่คนไทยไม่เคยรู้คือ ผู้กำกับมากความสามารถคนนี้

ได้ฝากฝีมือด้านละครเวทีโดยก่อตั้ง ACTION Theatre

ในฐานะผู้ผลิตละครเวทีคุณภาพซึ่งได้รับการยอมรับในต่างประเทศ

ทั้งอเมริกา, มาเลเซีย และโดยเฉพาะในสิงคโปร์

นอกจากนี้เขายังได้รับการบันทึกชื่อจาก Asiaweek ในฐานะ 1 ใน 20

ผู้นำชาวเอเชียสำหรับสหัสวรรษใหม่ด้านศิลปวัฒนธรรมและสังคม

ดังนั้น ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’

คือละครเวทีไทยเรื่องแรกที่เขาจะได้ฝากฝีมือให้ชาวไทยได้ชื่นชม

       เมื่อทุกสิ่งผสมผสานจนก่อเกิด ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’

ละครเวทีเรื่องใหม่ของซีเนริโอ ที่จะพาทุกท่านเพลิดเพลินไปกับ

บทเพลงไพเราะที่แสนจะคุ้นหู กับเรื่องราวความรักสุดซาบซึ้ง

ที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้คลาย



       พบกับ ‘ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล’ 28 ตุลาคมนี้...

แล้วคุณจะรู้ว่า ‘ลมหายใจ’ มีคุณค่ามากมายเพียงใด

 

[HOW TO] ควัน ควัน ควัน

posted on 08 Oct 2009 13:27 by djochin

สำหรับเพื่อนๆที่ต้องการทำรูป BG สวยๆ

ลองเข้ามาอ่านดู

 How to:

สร้างควัน

เริ่มแรก ให้สร้างชิ้นงานใหม่ขึ้นมาขนาดตามใจชอบ

ใส่พื้นหลังสีดำสร้าง Layer ใหม่ขึ้นมา พร้อมกับตั้งชื่อกัน งง ค่ะ

สร้าง Seiection ขึ้นมา ตามใจชอบเทสีลงไป แล้วใช้ Dodge Tool ลบส่วนที่จะทำ Highlight ค่ะ

คลิก Filter > Distort > Wave ตั้งค่าดังรูปแล้วกด OK

คลิก Edit > Fade wave ตั้งค่าดังรูปแล้ว กด Ok

เสร็จแล้วใช้ wave อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

ใช้ Fade อีกทีค่ะ

เสร็จแล้วใช้ wave อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

เสร็จแล้วใช้ wave อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

เสร็จแล้ว ใช้ wave อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

ใช้ Fade อีกทีค่ะ

เสร็จแล้วใช้ wave อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

Copy Layer รูปควันมาค่ะจำไว้บนสุดดังรูปค่ะ

ปิดการมองเห็น Layer Smoke คลิก Filter > Blur > mition Blur ตั้งค่าดังรูปกด Ok

เสร็จแล้วใช้ wave  อีกทีค่ะ ตั้งค่าเหมือนเดิม

Copy Layer รูปควันมาอีก 1 Layer คับ จำไว้บนสุดดังรูปค่ะ

ปิดการมองเห็น Layer Smoke

ใช้ Filter/Stykize>Glowing Edges

คลิก Image > Adjustments > Hue/sturation ตั้งค่าให้เข้ากับสีส่วนอื่นๆ (ตามใจชอบ)

ปรับค่า Later เป็น Linear Dodger(add) ดังรูป

ใช้ Filter > Blur Gaussian Blur ดังรูปค่ะ

เปิดการมองเห็น Layer Smoke แล้วปรับ Opacity ดังรูปค่ะ

ใช้ Hue/sturation เปลี่ยนสีแต่ละเลเยอร์ตามใจชอบค่ะ

Thank You @ hi5thai.com

The Qing Hua Diana F+ by Dorophy Tang

posted on 06 Oct 2009 11:58 by djochin
Qing Hua Diana1 
The Qing Hua Diana F+ by Dorophy Tang 

กล้อง Diana F+ ตัวใหม่ล่าสุด จาก Lomography ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Dorophy Tang  ดีไซน์เนอร์ 
และศิลปินวาดภาพประกอบชื่อดังชาวฮ่องกง

ด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปิน ที่ผสมกันระหว่างกลิ่นอายย้อนยุคและความเป็นจีน
แบบดั้งเดิม ที่รู้จักกันดีในชื่อ Qing Hua Ci จนกลายมาเป็น Diana F+ รุ่นใหม่ที่ควรค่าแก่การสะสม

พิเศษสำหรับกล้องรุ่นนี้ทุกตัวจะมาพร้อมกับโปสการ์ดภาพวาด Shopping Baby
4 แบบของศิลปินที่สุดแสนจะน่ารัก
Qing Hua Diana2
Qing Hua Diana3
ใน Package ประกอบด้วย
Qing Hua Diana4
- กล้อง Qing Hua Diana F+ customised by Dorothy Tang
- Diana Flash, อแดปเตอร์ และเจลสี
- โปสการ์ดภาพวาด Shopping Baby 4 แบบ
- หนังสือ Diana Vignettes 
Qing Hua Diana5
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Lomography Embassy Shop Bangkok
โทร. 02-662-6829

[iTips] Installous & X-IPA 2 วิธี ลง .ipa โดยไม่ผ่าน iTunes

Installous วิธี install .ipa ใน iPhone โดย ไม่ผ่าน iTunes
และสามารถ set ให้ transfer เข้า iTunes ได้

1. Add sources : http://cydia.hackulo.us/
2. install : installous
3. install : miPatch Firmware 2.2.1 or Mobileinstallation Patch For FW 2.x.x
or IPA Prep2 for FW2.1 + เพื่อที่จะลง .ipa แคร๊ก ได้
ถ้ามีแล้วข้ามไปได้เลย

เปิดโปรแกรม installous

 Image

settings อันนี้ตั้งให้ sync iTunes จะ Transfer เข้า iTunes เวลา sync
& Delete files after sync or ยังไม่ลบก็ได้


Image

เปิด Downloads จะพบ files .ipa ที่โหลดผ่าน installous หรือ
เอาไฟล์ไปใส่ไว้ที่
private > var > mobile > Library > Downloads

Image

เลือกไฟล์ที่จะ install

Image

กำลัง เช็ค ไฟล์ และ ทำการ install

Image

ระหว่าง installing

Image

เสร็จแล้ว

Image

ท่านที่ลงไม่ผ่าน ลองไปที่ settings แล้วเลือกลง แบบ Dirty ดู อาจจะผ่าน


เพิ่มเติม อีก 1 โปรแกรม X-IPA add sources http://xsellize.com/cydia/user-password
Register http://xsellize.com
install : X-IPA


ได้ icon แบบนี้

Image
 
เปิดโปรแกรม X-IPA

Image

หน้า Home

Image

มีคำเตือนไว้ว่า ห้าม sync iTunes เพราะ app ที่ลงไว้จะหายหมด
Image

search จะเห็น Appolu.us กดเข้าไปเลย

Image

เจอหน้า Home

Image

เลือกหาโปรแกรมที่อยากได้ ดาวโหลดซะ

Image

โหลดเรียบร้อย ก็จะเห็นโปรแกรมอยู่ที่ Downloads

Image

สั่ง install จะเห็น installing

Image

เสร็จแล้ว จะเห็น installed

Image

ปิดโปรแกรมไปดูที่หน้า springboard icon โปรแกรมที่ install ไว้ มาแล้ว

Image

ไม่ยากเช่นกัน แต่ระวัง app หาย เมื่อ sync app กับ iTunes

Thank You @ K'tarnpee

http://www.iphoneinthailand.com/viewtopic.php?f=10&t=926